หน้าหนังสือทั้งหมด

ความเข้าใจเกี่ยวกับความเป็นปฏิกูลของอาหารในร่างกาย
119
ความเข้าใจเกี่ยวกับความเป็นปฏิกูลของอาหารในร่างกาย
นี่ไม่รวมอาหารที่เราได้บริโภคไว้ในชาติก่อน ๆ ผู้รู้จึงกล่าวอุปมาไว้ว่า ท้องของเราเหมือน มหาสมุทรประจำร่างกาย การบริโภคจึงเป็นสิ่งที่น่าเกลียด ดังกล่าวมานี้ 4. อาสยโต พิจารณาความเป็นปฏิกูลโดยที่อยู่ว่า
เนื้อหานี้เน้นการพิจารณาความเป็นปฏิกูลของอาหารที่เราเข้าไปบริโภค ซึ่งก่อให้เกิดส่วนประกอบที่ไม่สะอาดในร่างกาย มีการเน้นย้ำว่าท้องของเราคล้ายมหาสมุทรที่จะต้องรับสิ่งสกปรกต่าง ๆ อาหารที่เรากินเข้าไปจะมี
การพิจารณาความเป็นปฏิกูลของอาหาร
120
การพิจารณาความเป็นปฏิกูลของอาหาร
ของเลี้ยงซากศพ 9. นิสฺสนฺทโต พิจารณาความเป็นปฏิกูลโดยการหลั่งไหลว่า อาหารที่บริโภคเข้าไปนั้น เมื่อบริโภคอาหารเข้าไปเพียงทางเดียว แต่เวลาไหลออกก็ออกทางทวารทั้ง 9 เช่น ไหลออก ทางช่องตาก็เป็นขี้ตา ไหลออก
บทความนี้พิจารณาความเป็นปฏิกูลของอาหาร ที่บริโภคผ่านทวารช่องเดียวแต่หลั่งออกทางทวารทั้ง 9 อาหารที่เคยมีค่ากลับกลายเป็นสิ่งสกปรกเมื่อออกจากร่างกาย ทั้งนี้ยังมีการเน้นถึงการเปรอะเปื้อนที่เกิดจากอาหารในข
การต้องได้มาซึ่งผัสสาหารและการพิจารณาธรรม
122
การต้องได้มาซึ่งผัสสาหารและการพิจารณาธรรม
เมื่อจะต้องได้มาซึ่งผัสสาหาร เช่น ตามองเห็นรูป หูได้ยินเสียง จมูกได้ดมกลิ่น ลิ้นได้ รับรส กายได้สัมผัสถูกต้อง ให้ปลงใจพิจารณาระแวดระวัง ประดุจเป็นโคที่ไม่มีหนังหุ้มร่าง มีแต่เนื้อสดอยู่ทั้งตัว อารมณ์ต
บทความนี้เสนอการพิจารณาผัสสาหารที่เข้ามากระทบทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ดุจโคที่ไม่มีหนังหุ้มร่าง ซึ่งต้องมีความระมัดระวังจากภัยต่าง ๆ เพื่อไม่ให้ตกไปในทุกข์ เหมือนหลุมเพลิงที่คุกรุ่นที่ทุกชีวิตต้องเผชิญ
การเจริญอาหาเรปฏิกูลสัญญาเพื่อเข้าถึงพระธรรมกาย
123
การเจริญอาหาเรปฏิกูลสัญญาเพื่อเข้าถึงพระธรรมกาย
4.4 การเจริญอาหาเรปฏิกูลสัญญาเพื่อให้เข้าถึงพระธรรมกาย ในคัมภีร์วิสุทธิมรรคอธิบายว่า เมื่อพิจารณาความเป็นปฏิกูลของอาหารจนจิตสงบ ตั้งมั่น จะบรรลุได้เพียง “อุปจารสมาธิ” เท่านั้น แต่หากจะเจริญให้ยิ่งขึ้น
ในคัมภีร์วิสุทธิมรรคได้อธิบายวิธีการเจริญอาหาเรปฏิกูลสัญญาเพื่อให้เข้าถึงพระธรรมกาย โดยเริ่มจากการพิจารณาความเป็นปฏิกูลของอาหารจนจิตสงบไปยังอุปจารสมาธิ จากนั้นน้อมอาหารเป็นบริกรรมนิมิตเพื่อเข้าถึงอัปป
การพิจารณาธาตุทั้ง 4 ในร่างกาย
129
การพิจารณาธาตุทั้ง 4 ในร่างกาย
ธาตุทั้ง 4 นี้ เป็นส่วนที่ประกอบขึ้นเป็นร่างกาย การที่เรียกว่า หญิง ชาย เรา เขา สัตว์ บุคคล มนุษย์ เทวดา พรหม นั้น หาใช่อื่นไม่ แท้จริงก็ได้แก่ธาตุ 4 ที่รวมกันเป็นกลุ่ม เป็นกองปรากฏขึ้นเป็นรูปร่างสัณฐ
ธาตุทั้ง 4 ประกอบขึ้นเป็นร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นหญิง ชาย สัตว์ หรือบุคคล เมื่อพิจารณาถึงธาตุดังกล่าว เราจะเห็นว่าเป็นเพียงรูปแบบที่เกิดจากกรรม การพิจารณาโดยย่อและพิสดารเป็นหนทางในการเข้าใจ โดยอุปมาคล้ายก
อานิสงส์ของการเจริญจตุธาตุววัตถาน
148
อานิสงส์ของการเจริญจตุธาตุววัตถาน
ดังนั้นให้เพียงวางใจนิ่ง ๆ ต่อไปที่ศูนย์กลางกาย จนใจรวมหยุดนิ่งถูกส่วนตกศูนย์ เข้าถึง ดวงปฐมมรรค จากนั้นจึงดำเนินใจเข้ากลางของกลาง ผ่านเข้าไปตามลำดับจนเข้าถึง พระธรรมกาย จึงใช้ญาณของพระธรรมกายพิจารณาม
การเจริญจตุธาตุววัตถานมีอานิสงส์ 8 ประการ เช่น สุญญติ อวคาห และสตฺตสญฺญ์ ที่ช่วยให้ละความเห็นว่าเป็นสัตว์ การมีจิตใจที่มั่นคง ลดความหวาดกลัวต่างๆ ได้ อิฏฐานิฏเฐสุ อุคฆาฏนิคฆาฏิ ที่ทำให้มีปัญญากว้างขวา
ประเภทของกิเลสในพระพุทธศาสนา
33
ประเภทของกิเลสในพระพุทธศาสนา
2.3 ประเภทของกิเลส กิเลส เป็นกัณหธรรม เป็นธรรมฝ่ายอกุศล เป็นเหตุให้ใจเศร้าหมอง เกิดบาปอกุศล และความชั่วร้ายทั้งปวง กิเลสในใจเปรียบได้กับเชื้อโรคในกายที่มีอยู่หลากหลายประเภท คำสอน ที่มีปรากฏในคัมภีร์ทา
บทนี้นำเสนอประเภทของกิเลสตามคัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ ซึ่งแบ่งออกเป็น 9 หมวด โดยชี้แจงรายละเอียดของแต่ละประเภท ได้แก่ อาสวะ, โอฆะ, และประเภทอื่นๆ ที่มีผลต่อจิตใจและนำไปสู่ความทุกข์ สรุปเป็นหมวดต่างๆ รวม
ประเภทของกิเลสในพระพุทธศาสนา
37
ประเภทของกิเลสในพระพุทธศาสนา
นอกจากนี้ พระอรรถกถาจารย์ ได้อธิบายขยายแสดงจำนวนกิเลสที่มีมากมายไว้ว่า “อนึ่ง เพราะพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ได้ทรงหักกิเลสเครื่องเร่าร้อน กระวนกระวายทุกอย่าง ตั้งแสนอย่าง มีประเภท คือ โลภะ โทสะ โ
บทความนี้นำเสนอการอธิบายกิเลสที่มีอยู่ในพระพุทธศาสนา โดยพระอรรถกถาจารย์ได้กล่าวถึงจำนวนและประเภทของกิเลสที่มีอยู่มากมาย เช่น โลภะ โทสะ โมหะ สาเหตุที่ทำให้กิเลสปรากฏแฝงในรูปแบบต่าง ๆ และการจัดแบ่งกิเลส
ลักษณะของกรรมและวิบากกรรม
65
ลักษณะของกรรมและวิบากกรรม
หมู่สัตว์ผู้เกิดเป็นอยู่เหล่านี้ ประกอบด้วยกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต ติเตียนพระ อริยเจ้าเป็นมิจฉาทิฏฐิ ยึดถือการกระทำด้วยอำนาจมิจฉาทิฏฐิหมู่สัตว์ผู้เกิดเป็นอยู่เหล่านั้นเบื้อง หน้าแต่แตกกายตายไป เ
บทความนี้กล่าวถึงลักษณะของกรรมทั้งดีและชั่ว การให้ผลของกรรมที่ไม่สูญหายไปไหนแต่ติดตามบุคคลเสมอ นอกจากนี้ยังมีการแบ่งประเภทของกรรมตามการให้ผล รวมถึงกรรมดำและกรรมขาว โดยอ้างอิงจากคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธ
ลักษณะของภพภูมิทางวิทยาศาสตร์กับพระพุทธศาสนา
88
ลักษณะของภพภูมิทางวิทยาศาสตร์กับพระพุทธศาสนา
4.4 ลักษณะของภพภูมิทางวิทยาศาสตร์กับพระพุทธศาสนา แม้ว่าภพภูมิจะเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วตามธรรมดาแต่มนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลายยากที่จะ มองเห็นเพราะความจำกัดของดวงตาที่มองเห็นเฉพาะสิ่งที่สัมผัสได้ แม้ว่าเค
ภพภูมิเป็นเรื่องที่มีอยู่ตามธรรมชาติ แต่ยากที่จะมองเห็นด้วยตาเปล่า แม้จะมีเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ช่วยให้เห็นจักรวาลและดวงดาว แต่ความเข้าใจเกี่ยวกับภพภูมิในทางพระพุทธศาสนายังไม่ชัดเจน ดวงตาของพระธรรมก
ความหมายของเวทนาและสัญญาขันธ์
103
ความหมายของเวทนาและสัญญาขันธ์
1. สุขเวทนา เป็นความรู้สึกสุข คือ สบายกาย สบายใจ 2. ทุกขเวทนา เป็นความรู้สึกทุกข์ คือ ไม่สบายกาย ไม่สบายใจ 3. อทุกขมสุขเวทนา เป็นความรู้สึกไม่สุขไม่ทุกข์ เฉยๆ เวทนาเกิดจากการที่มีวัตถุภายนอกมากระทบประ
เนื้อหานี้อธิบายถึงเวทนาสามประเภท ได้แก่ สุขเวทนา (ความสบายใจ), ทุกขเวทนา (ความทุกข์ใจ), และ อทุกขมสุขเวทนา (ความรู้สึกเฉยๆ) โดยเฉพาะการที่เวทนาเกิดขึ้นจากการที่มีวัตถุภายนอก เช่น รูป เสียง กลิ่น รส ส
การปล่อยเบญจขันธ์เพื่อความสุข
112
การปล่อยเบญจขันธ์เพื่อความสุข
เมื่อเห็นเบญจขันธ์ทั้ง 5 แล้ว ก็ดูความจริงของมัน ขันธ์ 5 เหล่านี้นะ ถ้าแม้ว่าขึ้น ไปยึดถือมันเข้าไว้ละก็ เป็นทุกข์ ท่านถึงได้วางตำรับตำราเอาไว้ว่า ปญฺจุปาทานขันธ์ ทุกขา ยึดถือมั่นในเบญจขันธ์ 5 นั่นเป็
เนื้อหาพูดถึงความสำคัญของการเข้าใจและปล่อยเบญจขันธ์ทั้ง 5 ว่าการยึดถือมันไว้จะนำไปสู everyus และถ้าปล่อยได้จะพบกับความสุข ทั้งนี้ยกตัวอย่างเปรียบเทียบกับเด็กที่กุมถ่านร้อนและความยากลำบากในการปล่อยเบญจ
การปล่อยเบญจขันธ์ทั้ง 5
113
การปล่อยเบญจขันธ์ทั้ง 5
นี่แหละเหมือนอย่างเราครองเรือนอย่างนี้แหละ อยากจะปล่อยมัน แต่ว่าเครื่องติด มันมี เลยปล่อยไม่ได้ เสียดายมันปล่อยไม่ได้ มันติดอยู่ดังนั้นแหละ ปล่อยไม่ถนัด ปล่อยไม่ได้ เพราะเหตุฉะนี้แหละ เบญจขันธ์ทั้ง 5
เนื้อหาเกี่ยวกับการปล่อยเบญจขันธ์ทั้ง 5 ซึ่งเป็นวิธีการเพื่อหลุดพ้นจากการยึดติดในสังขาร โดยเฉพาะการสำรวมระวังตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เพื่อให้สามารถสละความยินดีและความไม่ยินดีออกไป จากนั้นต้องมีความขยัน
ขันธ์ 5 ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
115
ขันธ์ 5 ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
5.5.4 ขันธ์ 5 ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา พระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ได้กล่าวถึงการเห็นขันธ์ 5 ด้วย ธรรมจักขุของพระธรรมกาย ซึ่งเป็นการเห็นอย่างแท้จริงไว้ว่า ทำให้เห็นลักษณะของขันธ์ 5 ท
บทความนี้กล่าวถึงการเห็นขันธ์ 5 ผ่านทางธรรมจักขุ ซึ่งทำให้เข้าใจว่า ขันธ์ 5 ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา โดยการพิจารณาองค์ประกอบที่เกิดขึ้นและดับไปเหมือนฟองน้ำ การเข้าใจลักษณะนี้ช่วยให้มองเห็นควา
ประโยชน์ของการเรียนรู้ขันธ์ 5
116
ประโยชน์ของการเรียนรู้ขันธ์ 5
เป็นทุกข์เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ก็ทำนองเดียวกันความทุกข์เกิดขึ้นเพราะขึ้นมัน ธรรมดาของมัน สิ่งไม่เที่ยงจะให้เที่ยง สิ่งที่ไม่ใช่ตัวตนก็ยังยืนยึดว่าเป็นตัวตน...” 5.6 ประโยชน์ของการเรียนรู้ขันธ์ 5 ขื
เนื้อหาเกี่ยวกับขันธ์ 5 ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการศึกษาธรรมะ เผยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างทุกข์และขันธ์ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต การเข้าใจขันธ์ 5 ช่วยให้บุคคลมีความบริสุทธิ์ และสามารถเข้าใจเหตุผลของความรู้สึ
ความรู้และวิญญาณในขันธ์ 5
117
ความรู้และวิญญาณในขันธ์ 5
2.4 ความรู้หรือวิญญาณ ใครมีธาตุในตัวบริสุทธิ์มาก อารมณ์จะผ่องใส เบิกบาน เห็น จำ คิด รู้ แต่สิ่งดีๆ มีความคิดสร้างสรรค์ รู้ว่าทำสมาธิทำอย่างไร ถ้าธาตุไม่บริสุทธิ์ เห็น จำ คิด รู้ แต่สิ่งที่ไม่ดี เมื่อน
การมีธาตุในตัวบริสุทธิ์ส่งผลให้จิตใจเบิกบานและคิดสร้างสรรค์ ในการเรียนรู้เรื่องขันธ์ ผู้ศึกษาได้เข้าใจความไม่เที่ยงของสังขารและสามารถประคับประคองตนเองไม่ให้กระทำความชั่ว การทำให้ธาตุบริสุทธิ์นั้นใช้หล
แนวคิดเกี่ยวกับอายตนะ
123
แนวคิดเกี่ยวกับอายตนะ
แนวคิด 1. อายตนะ หมายถึง ธรรมที่ยังผลของตนให้เกิดขึ้น หรือทำจิตและเจตสิกให้กว้างขวาง หรือ เป็นอวัยวะที่ต่อระหว่างจิตกับอารมณ์ อายตนะมีอยู่ 2 ประเภท คือ อายตนะภายในและ อายตนะภายนอก มีคุณสมบัติอยู่ 5 ปร
อายตนะหมายถึงธรรมที่ทำให้เกิดผลซึ่งเกี่ยวข้องกับจิตและเจตสิก มีอายตนะ 2 ประเภทคือ ภายในและภายนอก ซึ่งมีคุณสมบัติ 5 ประการ อายตนะทำให้เกิดความรู้ที่เชื่อมต่อกันผ่านวิญญาณ โดยพระมงคลเทพมุนีแบ่งอายตนะออก
อายตนะ 12 และวิถีจิต
125
อายตนะ 12 และวิถีจิต
จะทำให้วิถีจิตเกิดขึ้น ในวิถีหนึ่งก็จะมีจิตเกิดขึ้นหลายชนิด จิตที่เป็นกุศลบ้าง อกุศลบ้าง วิบากบ้าง กิริยาบ้าง เกิดขึ้นหลายๆ ชนิด แล้ววิถีจิตนี้เกิดขึ้นวนเวียนหลายๆ รอบ ฉะนั้นจิตก็ เกิดขึ้นมากมาย เมื่อ
บทความนี้พูดถึงอายตนะ 12 ซึ่งมีผลกระทบต่อการเกิดขึ้นของจิตและเจตสิกที่หลากหลาย ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่ออายตนะกระทบกัน ส่งผลให้เกิดจิตกุศลและอกุศลอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดกำลังและคุณธรรมที่เข้มแข็งขึ้
การสำรวจอายตนะ 12 ในพระอภิธรรมปิฎก
127
การสำรวจอายตนะ 12 ในพระอภิธรรมปิฎก
โดยสรุปอายตนะมีคุณสมบัติสำคัญแบ่งออกเป็น 5 อย่าง คือ 1. อายตนะภายใน เป็นที่เกิดแห่งวิถีจิตอยู่เสมอ จะเกิดในชาติใดภพใดก็ตาม วิถีจิต ไม่เกิดที่อื่น ต้องเกิดตามอายตนะเหล่านี้ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ 2
อายตนะมีคุณสมบัติสำคัญแบ่งออกเป็น 5 อย่าง โดยอายตนะภายในเป็นที่เกิดของวิถีจิตและมีอายตนะภายนอกทำหน้าที่เป็นที่ประชุมของวิถีจิต ทั้งภายในและภายนอกมีทั้งหมด 12 ประการ รวมถึงจักขายตนะ, โสตายตนะ และรูปายต
อายตนะและความรู้แจ้งในพระพุทธศาสนา
130
อายตนะและความรู้แจ้งในพระพุทธศาสนา
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสว่า “รูปของสัตว์ทั้งหลายย่อมทรุดโทรม” มีคำอธิบายใน อรรถกถาว่า เมื่อคนเราผ่านชีวิต อายุที่เพิ่มขึ้นย่อมนำมาสู่ความเสื่อมโทรมทางร่างกาย ปรากฏ ความแก่ชรามากขึ้นตามลำดับ จากผมดำเ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสถึงความเสื่อมโทรมของร่างกายตามอายุที่เพิ่มขึ้น และอธิบายถึงอายตนะ ในที่นี้หมายถึงการสัมผัสและการรับรู้ซึ่งเกิดจากการติดต่อกับสิ่งภายนอก มีการจำแนกอายตนะ 6 ประการ ได้แก่ รูป เสีย